Skip to main content

รีวิว Light the Night SS2 ย้อนยุคดราม่าฆาตกรรม

Light the Night SS2 ซีรีย์เรื่องนี้ถูกฉายต่อเนื่องกันทันทีในเวลาไม่นาน ห่างจากซีซั่นแรกแค่ 1 เดือน เป็นซีซั่นที่ต้องบอกเลยว่านี่คือ 1 ในซีรีย์ไต้หวันหรือจีนที่ดีอันดับต้นๆ ของ Netflix แน่นอน แม้ว่าซีซั่นแรกอาจจะดูเนือยๆ ยืดๆ กับช่วงการซ่อนปมว่าใครคือเหยื่อ แล้วเรื่องก็พยายามปูดราม่าชีวิตตัวละครทุกตัวมากซะเหลือเกิน แต่นั่นคือความต้องการของผู้สร้างที่ปูทุกอย่างละเอียดเพื่อให้จุดพีคทางอารมณ์ทุกอย่างมาอยู่ที่ซีซั่น 2


เรื่องราวหลังจากเรารู้ว่าเหยื่อคือใคร ตัวเรื่องก็เดินหน้าต่อในจุดนี้ทันที เรื่องราวโฟกัสไปที่โรสที่ถูกสงสัยว่าเป็นฆาตกร จากการทำงานสืบสวนของตำรวจที่พุ่งเป้ามาที่เธอ โดยหัวหน้าทีมสืบสวนก็เข้ามาใกล้ชิดตีสนิทจนแยกไม่ออกว่านี่คือการสืบสวน หรือว่าเป็นความรู้สึกในเชิงชู้สาวที่เขามีให้เธอ ในขณะที่ข่าวลือว่าโรสเป็นฆาตกรแพร่ไปเรื่อย ก็ทำให้บาร์แสงสกาวต้องอยู่ในจุดตกต่ำที่กอบกู้ไม่ได้ โรสจึงต้องอยู่ในสถานะที่ลำบากมากที่สุดในชีวิต




ต้องขอคาราวะงานสร้างเรื่องนี้เลยที่บทเก็บรายละเอียดได้ดีมากอย่างไม่น่าเชื่อ ทุกรายละเอียดที่เราได้เห็นไปในซีซั่น 1 ถูกนำมาใช้ขยายต่อเติมให้สมบูรณ์ในซีซั่น 2 แทบทั้งหมด ทำให้พาร์ทคดีฆาตกรรมของเรื่องนี้มีความลึกลับซับซ้อนมากกว่าที่คาดเดาไว้มาก ซึ่งจุดนี้เองเป็นข้อด้อยของซีซั่นแรกที่ใส่มาน้อยไป ขอให้ลืมการเดินเรื่องแบบตัดสลับมากมายในซีซั่นแรกไปเลย เพราะซีซั่นนี้ส่วนของการสืบสวนเดินไปข้างหน้าต่อเนื่องตลอดเวลา โดยค่อยๆ ตัดตัวละครที่เนื้อเรื่องชวนให้คนดูคิดว่าอาจจะใช่ฆาตกรหรือไม่ใช่ซีซั่นแรกไปทีละคนๆ พร้อมกับเผยเรื่องราวอีกด้านของตัวละครที่ถูกสงสัย แต่ก็ไม่ได้เปิดเผยออกมาทั้งหมดในซีซั่นนี้ ตัวเรื่องยังคงจุดคลุมเครือที่ว่าทุกคนสามารถเป็นฆาตกรได้ไว้แบบเดิม เพื่อไปต่อซีซั่น 3




โดยสรุปพลิกเกมการเล่าเรื่องใหม่หมดเลย กลายเป็นซีรีส์สืบสวนที่ซ่อนเงื่อนปมคดีฆาตกรรมที่ดูเหมือนธรรมดา แต่ไม่ธรรมดา มีความลึกลับซับซ้อนหักมุมเรื่องราวในซีซั่น 1 ทั้งหมด มีตัวละครใหม่ปรากฎขึ้นมาในคดีได้อย่างน่าตื่นเต้น เหมือนเป็นหนังคนละม้วน แต่ก็ไม่ทิ้งพาร์ทดราม่าความสัมพันธ์ของตัวละครทุกคนไปเลย แถมยังส่งอารมณ์พาร์ทมิตรภาพกับความรักไปยังจุดที่ทั้งอบอุ่นกับเจ็บปวดใจไปพร้อมกัน ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง แม้ในซีซั่นแรกจะดูเป็นแนวดราม่าผู้หญิงก็ตาม


👉👉 นอกจากนี้ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับ แนะนำหนังดัง หนังฮอลลีวูด ได้ที่นี่

 

Comments

Popular posts from this blog

รีวิว Goddess of Fire (จองอี ตำนานศิลป์แห่งโชซอน) ประวัติศาสตร์ยุคโชซอน

แนะนำ   Goddess of Fire (จองอี ตำนานศิลป์แห่งโชซอน)  เป็นซีรีส์ประวัติศาสตร์ยุคโชซอน โดยบอกเล่าเรื่องราวของ จองอี หญิงสาวผู้มีพรสวรรค์และทักษะในการทำเครื่องปั้นดินเผา เธอมีความฝันที่จะเป็นนักปั้นมืออาชีพของโชซอน จึงได้หมั่นฝึกฝนและพัฒนาทักษะของเธออยู่เสมอ แต่เส้นทางความฝันของเธอกลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป จองยีจะต้องฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ มากมาย เพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย รวมถึงเรื่องความรักของเธอกับ องค์ชายกวางแฮ ที่แม้จะมีความรักในตัวจองอีเพียงใด ก็จำเป็นต้องปล่อยจองอีไป เพื่อความก้าวหน้าของจองอีเอง พรสวรรค์ที่มีพรสวรรค์และทักษะยูจุงมีจิตวิญญาณของศิลปะหลงใหลและความฝันของการเป็นด้านบนพอตเตอร์และศิลปินพอร์ซเลนของราชวงศ์โชซอน โชซอนเป็นคนมีชื่อเสียงของพอร์ซเลนสีขาว  อ้างว่าเป็นคนที่มีคุณภาพสูงที่สุดในศตวรรษที่ 16 เอเชียและ Jung เรียนรู้งานฝีมือของเธอในพอร์ซเลนการประชุมเชิงปฏิบัติการ  รัฐบาลอุดหนุนเตาเผาที่Bunwon-ri, กวางจู , โดยที่เซรามิกส์เป็นส่วนผสมของศิลปะและวิทยาศาสตร์  เรื่องราวของศิลปินหญิงซึ่งเป็นนักปั้นเครื่องปั้นดินเผาและเครื่องลายคราม นามว่า "ยูจอง" (จองอี...

รีวิว Dream of Chang An (2021) พีเรียดอิงประวัติศาสตร์ในรั้ววังสมัยราชวงศ์ถัง

Dream of Chang An (2021) เป็นซีรีย์จีนแนวพีเรียดอิงประวัติศาสตร์ในรั้ววังสมัยราชวงศ์ถังที่นำแสดงโดยสองนักแสดงสวยหล่องานดีแพ็คคู่อย่าง ‘เฉิงอี้’  พระเอกหนุ่มผู้ยืนหนึ่งในซีรีย์แนวพีเรียดจีนโบราณ และ ‘จางอวี่ซี’ นางเอกสาวหน้าสวยคมผู้เคยส่งผลงานลงจอมาแล้วทั้งทางฝั่งของภาพยนตร์และซีรีย์ ซึ่งซีรีย์เรื่องนี้เป็นการเล่าเรื่องราวความรักระหว่าง อวี๋ปิงเอ๋อร์ กับ ฉีเหยียน ที่เกิดขึ้นท่ามกลางการเมืองของราชสำนัก และการแก้แค้นคนชั่ว สร้างความสงบสุขให้กับเหล่าชาวบ้านผู้ยากไร้  เรื่องราวของสองบุตรสาวทั้งสองคนของอัครมหาเสนาบดีที่ต้องสูญเสียครอบครัวไปเพราะเข้าไปพัวพันกับการเมืองราชสำนักจนพี่น้องทั้งสองคนต้องกำพร้า แต่ก็มีคนรับไปเลี้ยงดู คนเป็นน้องสาวเปลี่ยนชื่อใหม่ว่า“อวี๋ปิงเอ๋อร์”เป็นบุตรบุญธรรมของสำนักจื่ออี ส่วนคนเป็นพี่สาวเปลี่ยนชื่อใหม่ว่า“ฉิวเยียนจือ”เป็นบุตรบุญธรรมของสำนักของฉิวซื่อเหลียง ต่อมาอีก8ปีฉีเหยียนได้ขึ้นครองบัลลังก์ต่อจากพี่ชายและมีความคิดที่อยากจะกำจัดขันทีชั่วของสำนักฉิวเยียนจือ ศึกสายเลือดจึงได้เริ่มต้นขึ้น เมื่อฉีเหยียนได้ใช้สำนักจื่ออีมาต่อกรกับสำนักฉิวเยียนจือซึ่ง...

รีวิว River Where the Moon Rises ความรักต่างชนชั้นขององหญิงพยองกังและอนดัล

River Where the Moon Rises เป็นเรื่องราวความรักต่างชนชั้นขององหญิงพยองกังและอนดัลที่มาพร้อมเรื่องราวสุดเข้มข้น และการแก่งแย่งความเป็นใหญ่ในแผ่นดิน แค่เปิดเรื่องมา ก็มันส์จนกระพริบตาไม่ได้สักวินาที ซีรีย์เกาหลีย้อนยุคเนื้อเรื่องเข้มข้น มีปมอะไรต่างๆมากมายที่ทำให้เรื่องราวน่าติดตามจนถึงขั้นลงแดง เรียกว่าหลักๆเป็นแนวดราม่าที่มีความโรแมนติกและแอ๊คชั่นมาสอดแทรก เรื่องราวขององค์หญิงพยองกัง (รับบทโดย คิมโซฮยอน) องค์หญิงแห่งอาณาจักรโกคูรยอ ผู้ใฝ่ฝันในการก้าวขึ้นเป็นกษัตริย์ปกครองอาณาจักร ที่ประกอบไปด้วย 5 เผ่า เผ่าซุนโน เผ่าคเยรู เผ่าโซโน เผ่าจอลโล และเผ่าของราชวงศ์ แต่ชนเผ่าคเยรูนำโดย โกวอนพโย (รับบทโดย อีแฮยัง) ที่คิดเป็นใหญ่ล้มล้างราชวงศ์ จึงเป่าหูกษัตริย์ว่าแม่ของพยองกังคบชู้กับยอดฝีมือที่ขอวางดาบแล้วออกบวช ในระหว่างที่แม่และพยองกังกำลังเดินทางไปเจรจาขอกองกำลังสนับสนุนจาก อนฮยอบ (รับบทโดย คังฮานึล) หัวหน้าเผ่าซุนโซที่ไม่สนใจเรื่องอำนาจ หนึ่งในเผ่าทั้ง 5 มีที่หน้าที่ปกป้องชายแดนชอลลา (เขตแดนทางใต้) พ่อของอนดัล (รับบทโดย จีซู) กษัตริย์พยองวอนที่เชื่อในคำโกหกของพวกเผ่าคเยรูจึงยกกองกำลังไปปลิ...