Skip to main content

รีวิวซีรีย์ Bossam: Steal the Fate (2021) (โพซัม ลักชะตาท้าลิขิต)

Bossam: Steal the Fate ซีรีย์อิงบุคคลจริงในประวัติศาสตร์ โปรเจกต์ฉลองครบรอบ 10 ปีช่อง MBN แนวย้อนยุคคลาสสิคที่มีพระราชา องค์หญิง และเรื่องราวของชาวบ้าน ประเด็นที่ใครบางคนเข้าไปเกี่ยวพันกับปมเบื้องหลังในการบ้านการเมือง แต่กลับเป็นจุดเริ่มต้นของความรักที่ค่อย ๆ เพิ่มพูนขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ทำให้จากครอบครัวจอมปลอมกลายเป็นครอบครัวที่แท้จริง


เรื่องราวถูกเล่าผ่านมุมมองของ บาอู (รับบทโดย จองอิลอู) พระเอกผู้ทำงานรับจ้างทุกอย่างหาเลี้ยงครอบครัว วันดีคืนดีก็รับจ้างแต่งตัวเป็นบัณฑิต ไปร่ายกวีในหอนางโลม สักพักก็จับหญิงม่าย ใส่ถุงแบกวิ่งหนียามเมืองไปรอบหมู่บ้าน ซึ่งงานนี้เองที่เป็นพาร์ทสำคัญของเรื่อง กับการทำ ‘โพซัม (Bossam | 보쌈)’ หรือการลักพาตัวหญิงม่าย นำไปส่งให้กับผู้ชายคนใหม่ ซึ่งงานนี้ในยุคสมัยนั้นก็ถือว่าเป็นงานที่ไม่ดีนัก เพราะในยุคโชซอนยังมีกฎหมายที่ห้ามหญิงสาวแต่งงานซ้ำอยู่ ทำให้บาอูต้องอยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ และปิดบังตัวตนที่แท้จริงแต่แล้วชีวิตของบาอูก็กลับตาลปัตรเมื่อเขาดันไปโพซัมผิดคน และคนที่ถูกลักพาตัวมาก็ดันเป็นคนสำคัญอย่าง องค์หญิงซูคยอง (รับบทโดย ควอนยูริ) นางเอกที่มีฐานะเป็น ‘องจู’ องค์หญิงยุคโชซอนที่เกิดจากพระราชา องค์ชายควังแฮ และสนม (ส่วนลูกของพระราชากับพระมเหสีจะเรียกว่า ‘กงจู’)


การแต่งงานขององค์หญิงซูคยองนั้นเป็นไปตามเกมการเมือง เธอต้องออกจากวังมาแต่งงานกับลูกชายบ้านขุนนางใหญ่ เข้าเป็นสะใภ้ของเสนาบดีอีชอม ซ้ำสามีที่เธอต้องเข้าพิธีอภิเษกสมรสด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้ ก็ยังมีสถานะเป็นพี่ชายของอดีตคนรักที่เธอรักอีก และเรื่องราวยิ่งเลวร้ายเข้าไปอีก เมื่อในวันอภิเษกสมรส สามีจำเป็นของเธอกลับเสียชีวิตลง จนเธอกลายเป็นหญิงม่ายทันทีที่ออกเรือนและต้องไว้ทุกข์แต่งชุดขาวมายาวนานถึง 3 ปี



ในซีรีย์ได้ถ่ายทอดให้เห็นสังคมโชซอนที่ยึดหลักขงจื๊อใหม่ ผู้ชายเป็นใหญ่ ครอบครัวก็ฝั่งสามีเป็นใหญ่ หญิงที่แต่งงานจะกลายเป็นสมบัติของบ้านฝั่งชาย หากสามีตาย ภรรยาก็ควรต้องตายตาม แต่ในเมื่อตายไม่ได้ ก็ต้องทนเป็นตราบาป บาปที่ทำให้สามีตาย บาปต่อวงศ์ตระกูล ต้องอยู่อย่างอดสู ยิ่งเป็นชนชั้นสูงยิ่งอับอาย ต้องเก็บตัวไม่ข้องแวะสังคม เพื่อไม่ให้ดูว่าอยู่ดีมีสุขทั้งที่สามีตายไปแล้ว



โดยสรุปแล้วซีรีย์เรื่องนี้ แม้ปมหลักของเรื่องอยู่ที่การเมือง แต่บทการเมืองไม่ได้พลิกแพลงฟาดฟันมันสมองนัก เพราะอิงไปตามหน้าประวัติศาสตร์เลย จึงไม่ใช่ซีรีย์เครียดหนักหัว และแม้จะไม่ได้เน้นโรแมนติกจ๋า ๆ แต่สิ่งที่พระ-นางถ่ายทอดออกมาก็ละมุนอุ่นใจมาก ๆ โดยรวมเห็นถึงความสัมพันธ์ของแต่ละตัวละคร แม้แต่ตัวละครเล็ก ๆ ก็แบ่งบทบาทให้ความสำคัญได้ลงตัวทุกตัว ไม่หลงลืมตัวละครไหนไป บทพูดระหว่างตัวละครก็สวยงาม โปรดักชันใหญ่ ภาพสวย บรรยากาศสวย ดูสมจริงไปหมด นักแสดงสมบทบาท แม้จะดึงนำเอาแง่มุมประวัติศาสตร์มาเป็นหลักหลายส่วน ดูเพลิน ๆ ให้ใจนุ่มนวล

👉👉 ติดตามสนับสนุนได้ที่นี่  ข่าววงการบันเทิง แวดวงคนดัง


Comments

Popular posts from this blog

รีวิว Goddess of Fire (จองอี ตำนานศิลป์แห่งโชซอน) ประวัติศาสตร์ยุคโชซอน

แนะนำ   Goddess of Fire (จองอี ตำนานศิลป์แห่งโชซอน)  เป็นซีรีส์ประวัติศาสตร์ยุคโชซอน โดยบอกเล่าเรื่องราวของ จองอี หญิงสาวผู้มีพรสวรรค์และทักษะในการทำเครื่องปั้นดินเผา เธอมีความฝันที่จะเป็นนักปั้นมืออาชีพของโชซอน จึงได้หมั่นฝึกฝนและพัฒนาทักษะของเธออยู่เสมอ แต่เส้นทางความฝันของเธอกลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป จองยีจะต้องฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ มากมาย เพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย รวมถึงเรื่องความรักของเธอกับ องค์ชายกวางแฮ ที่แม้จะมีความรักในตัวจองอีเพียงใด ก็จำเป็นต้องปล่อยจองอีไป เพื่อความก้าวหน้าของจองอีเอง พรสวรรค์ที่มีพรสวรรค์และทักษะยูจุงมีจิตวิญญาณของศิลปะหลงใหลและความฝันของการเป็นด้านบนพอตเตอร์และศิลปินพอร์ซเลนของราชวงศ์โชซอน โชซอนเป็นคนมีชื่อเสียงของพอร์ซเลนสีขาว  อ้างว่าเป็นคนที่มีคุณภาพสูงที่สุดในศตวรรษที่ 16 เอเชียและ Jung เรียนรู้งานฝีมือของเธอในพอร์ซเลนการประชุมเชิงปฏิบัติการ  รัฐบาลอุดหนุนเตาเผาที่Bunwon-ri, กวางจู , โดยที่เซรามิกส์เป็นส่วนผสมของศิลปะและวิทยาศาสตร์  เรื่องราวของศิลปินหญิงซึ่งเป็นนักปั้นเครื่องปั้นดินเผาและเครื่องลายคราม นามว่า "ยูจอง" (จองอี...

รีวิว Saimdang, Memoir of Colors (ซาอิมดัง บันทึกรักตำนานศิลป์)

แนะนำซีรีย์พีเรียด  อิงประวัติศาสตร์  ซาอิมดัง บันทึกรักตำนานศิลป์ (Saimdang, Light's Diary)  เป็นซีรีย์ที่สร้างขึ้นจากจินตการโดยนำเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มาอ้างอิง เนื้อหาในละครกล่าวถึง "ซอ จียุน" ผู้บรรยายวิชาประวัติศาสตร์ศิลป์เกาหลีที่มหาวิทยาลัยฮันกุก ซึ่งอุทิศตนให้กับการศึกษาและวิจัยหมายได้มาซึ่งปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (วุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอก) นอกจากนี้ เธอยังทุ่มเททำงานให้ศาสตราจารย์ "มิน จองฮัก" คณะบดีประจำคณะศิลปศาสตร์ (และอาจารย์ที่ปรึกษาของเธอ)  ด้วยความหวังอันเต็มเปี่ยมว่าสักวันจะถูกแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลป์เกาหลีที่มหาวิทยาลัย โดยเรื่องราวเหตุการณ์ของสองภพคู่ขนาน คือ ยุคปัจจุบัน และ ยุคโชซอน โดยตัวเชื่อมโยงที่ร้อยเรื่องถึงกัน ก็คือ โบราณวัตถุล้ำค่าของชาติชิ้นหนึ่ง ที่เป็นภาพจิตรกรรมในยุคโชซอน ชื่อภาพว่า กึมกังซันโด ซึ่งเป็นภาพวาดภูเขากึมกังซาน (ซาน หรือซัน แปลว่าภูเขา กึมกังในปัจจุบันอยู่ทางตอนใต้ของเกาหลี มีสวนกึมกังที่เป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญของเมืองพูซานด้วย) อียองแอ นางเอกของเรา รับบทเป็น ชินซาอิมดัง ในยุคโชซอน และ รับ...

รีวิว ลำนำรักแห่งฉางอัน ซีรีย์อิงประวัติศาสตร์จีนในช่วงราชวงศ์ถัง

ลำนำรักแห่งฉางอัน ซีรีย์อิงประวัติศาสตร์จีนในช่วงราชวงศ์ถังที่ได้พระเอกหนุ่มมากฝีมือ “สวีข่าย” มารับบท  เซิ่งฉู่มู่  หลายคนคงคุ้นหน้าคุ้นตาหนุ่มสวีข่ายกันเป็นอย่างดี เรื่องนี้ยังได้มาประกบคู่กับนางเอกสาว “หลี่อี้ถง” มารับบท ฟู่โหรว  สาวงามแห่งเมืองกวางโจว เรื่องราว ที่เมืองฉางอัน "เซิ่งฉู่มู่" บุตรชายคนโตของสกุลเซิ่ง ขึ้นชื่อว่าเป็นชายหนุ่มจอมเจ้าชู้และเสเพล ไม่เป็นโล้เป็นพาย วัน ๆ เอาแต่เที่ยวเล่นจีบสาวไปทั่วเมืองฉางอัน บิดาของเขาเป็นถึงอดีตแม่ทัพใหญ่นามว่า "เซิ่งเซียวจิ้ง" ได้รับการแต่งตั้งเป็น "หลู่กั๋วกง"นอกจากนี้เขายังมีน้องชายอีกสองคนนามว่า "เซิ่งฉู่ลิ่ง" และ"เซิ่งฉู่จวิ้น"  นิสัยเหมือนพี่ชายไม่มีผิด ทั้งสามคนมักไปเที่ยวหอนางโลมด้วยกัน วันหนึ่งฉู่มู่มีเรื่องชกต่อยกับ "ลู่ฉี" บุตรชายของไช่กั๋วกง “ลู่อวิ๋นจี๋” ฉู่มู่พ่ายแพ้ไม่เป็นท่าให้กับเขา เมื่อบิดาของฉู่มู่รู้เรื่องนี้โกรธมากไล่ตีฉู่มู่และบอกว่าเสียทีที่เขาเกิดเป็นลูกของแม่ทัพใหญ่ เมื่อฉู่มูเห็นพ่อโกรธมากจึงหนีไปกวางโจวกับเพื่อนของเขา   โดยสรุป  ลำนำรักแห่งฉางอัน จะออก...